thermage flx

Thermage FLX ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหน้าแน่น กรอบหน้าชัด ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวเริ่มสูญเสียความกระชับ กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียงสะสม และเกิดริ้วรอยแห่งวัยที่มองเห็นได้ชัดขึ้น หลายคนจึงมองหาวิธีฟื้นฟูผิวให้กลับมาเต่งตึงโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นเป็นเวลานาน

Thermage FLX คือหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น กรอบหน้าคมชัดขึ้น และใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Thermage FLX ว่าคืออะไร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร และทำไมจึงเป็นหนึ่งในหัตถการยกกระชับที่ได้รับความไว้วางใจจากคนทั่วโลก

thermage คืออะไร

Thermage FLX คืออะไร?

Thermage FLX คือเทคโนโลยียกกระชับผิวและสลายไขมันสะสมใต้ชั้นผิวด้วยคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยส่งความร้อนลึกลงไปกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ช่วยลดเลือนริ้วรอย เก็บกรอบหน้า และลดเหนียง ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล

ข้อดีของ thermage

จุดเด่นและข้อดี

เห็นผลทันทีและอยู่ได้นาน: ผิวหน้าจะกระชับขึ้นทันทีหลังทำประมาณ 20% และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ชัดเจนเต็มที่ใน 2-3 เดือน อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี

เจ็บน้อยลง: มีระบบสั่น (Vibration) และระบบพ่นความเย็น (Pre & Post Cooling) ช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความเจ็บขณะทำ

ไม่ต้องพักฟื้น: ทำเสร็จสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

Thermage FLX นิยมทำบริเวณใดบ้าง?

  • บริเวณที่นิยมทำ
  • รอบดวงตา
  • ทั่วใบหน้าและกรอบหน้า
  • ลำตัว (หน้าท้อง, ต้นแขน)

Thermage FLX เห็นผลเมื่อไหร่?

  • ผลลัพธ์ทันทีหลังทำ
  • การเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-3 เดือน
  • ระยะเวลาการคงผลลัพธ์
  • Thermage FLX อยู่ได้นานแค่ไหน?
  • ผลลัพธ์เฉลี่ย 1-2 ปี
  • ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาของผลลัพธ์

Thermage FLX เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่เริ่มมีเหนียง
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น

Thermage FLX: Face Tip, Eye Tip และ Body Tip ต่างกันอย่างไร?

Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย Monopolar Radiofrequency (RF) ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม และส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

Thermage มีหัว Treatment Tip ที่ออกแบบมาแตกต่างกันตามบริเวณที่รักษา ได้แก่ Face Tip, Eye Tip และ Body Tip เพื่อให้สามารถเลือกใช้พลังงานและพื้นที่การรักษาได้เหมาะสมกับลักษณะผิวในแต่ละบริเวณ

Thermage Face Tip

Face Tip ออกแบบสำหรับการยกกระชับใบหน้าและบริเวณใต้คาง เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อน หรือผิวขาดความกระชับ

พลังงาน RF จะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงช่วยให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น กรอบหน้าดูชัดขึ้น และคุณภาพผิวโดยรวมดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น

เหมาะสำหรับ

  • ยกกระชับผิวหน้า
  •  ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและกรอบหน้า
  • กระชับบริเวณใต้คาง
  • ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น
  • กระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความแน่นของผิว

Thermage Eye

Thermage Eye เป็นหัวที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผิวบริเวณรอบดวงตา ซึ่งมีความบางและละเอียดอ่อนกว่าผิวบริเวณอื่น

หัว Eye Tip มีขนาดเล็ก ทำให้สามารถวางพลังงานได้อย่างเหมาะสมในบริเวณรอบดวงตา เช่น เปลือกตาบน ใต้ตา และหางตา โดยแพทย์จะประเมินบริเวณที่เหมาะสมสำหรับการรักษาเป็นรายบุคคล

Thermage Eye เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา หนังตาหย่อน ผิวรอบดวงตาไม่กระชับ หรือริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา และต้องการดูแลโดยไม่ต้องผ่าตัด

จุดเด่นของ Thermage Eye

  • กระชับผิวบริเวณรอบดวงตา
  • ช่วยให้หนังตาบนที่หย่อนคล้อยดูแน่นขึ้น
  • ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้ตา
  • ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาดูดีขึ้น
  • กระตุ้นคอลลาเจนบริเวณผิวรอบดวงตา
  • ไม่มีแผลผ่าตัดและโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

Thermage Body

Thermage Body เป็นการใช้เทคโนโลยี Monopolar RF สำหรับกระชับผิวบริเวณลำตัว โดยใช้ Body Tip ซึ่งมีพื้นที่หน้าตัดของหัวขนาดใหญ่กว่า Face Tip ประมาณ 4 เท่า ทำให้สามารถครอบคลุมพื้นที่บริเวณลำตัวได้มากกว่าในแต่ละ Shot และเหมาะกับการรักษาบริเวณที่มีพื้นที่กว้าง

Thermage Body เน้นการดูแลปัญหา ผิวหย่อนคล้อยและผิวที่ขาดความกระชับ เช่น บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือบริเวณอื่น ๆ ที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม

พลังงาน RF จะลงสู่เนื้อเยื่อเพื่อทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวบริเวณที่รักษาค่อย ๆ ดูแน่นและกระชับขึ้น

เหมาะสำหรับ

  • ผิวหน้าท้องที่เริ่มหย่อนคล้อย
  • ผิวบริเวณต้นแขนหรือต้นขาที่ไม่กระชับ
  • ผิวหย่อนคล้อยหลังน้ำหนักลด
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความแน่นกระชับของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการดูแลบริเวณพื้นที่กว้าง ซึ่ง Face Tip อาจไม่เหมาะเท่า Body Tip

Body Tip ต่างจาก Face Tip อย่างไร?

ความแตกต่างสำคัญคือ ขนาดพื้นที่ของ Treatment Tip และการออกแบบให้เหมาะกับบริเวณที่รักษา

Face Tip มีขนาดเหมาะกับโครงสร้างและพื้นที่ของใบหน้า สามารถวาง Shot ตามแนวกรอบหน้า แก้ม และใต้คางได้อย่างละเอียด

ในขณะที่ Body Tip มีพื้นที่หน้าตัดใหญ่กว่า Face Tip ประมาณ 4 เท่า จึงสามารถส่งพลังงานครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่าในแต่ละ Shot เหมาะกับบริเวณลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา

ดังนั้น จำนวน Shot ของ Face Tip และ Body Tip ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันแบบ 1:1 เนื่องจากขนาดพื้นที่ที่หัวครอบคลุมในแต่ละ Shot แตกต่างกัน

ส่วน Eye Tip มีขนาดเล็กและได้รับการออกแบบสำหรับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กและผิวที่มีความละเอียดอ่อน

สรุปง่าย ๆ

Eye Tip → รอบดวงตา

หัวขนาดเล็ก ออกแบบสำหรับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ

Face Tip → ใบหน้าและใต้คาง

เหมาะสำหรับยกกระชับใบหน้า แก้ม กรอบหน้า และใต้คาง

Body Tip → ลำตัวและบริเวณพื้นที่กว้าง

พื้นที่หน้าตัดใหญ่กว่า Face Tip ประมาณ 4 เท่า เหมาะสำหรับหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และบริเวณที่ต้องการกระชับผิวเป็นพื้นที่กว้าง

ผลลัพธ์ของ Thermage

หลังทำอาจรู้สึกว่าผิวมีความแน่นกระชับขึ้นบางส่วน และผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนของร่างกายในช่วงหลายเดือนหลังทำ

ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย บริเวณที่รักษา และจำนวน Shot ที่เหมาะสม

ที่ Calyssa Aesthetic Clinic แพทย์จะประเมินโครงสร้างและคุณภาพผิวเป็นรายบุคคล เพื่อเลือก Treatment Tip จำนวน Shot และแนวทางการวางพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาและบริเวณที่ต้องการรักษา

สรุป

Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์จากภายใน ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และช่วยลดไขมันสะสมใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น กรอบหน้าคมชัดขึ้น และริ้วรอยดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นสำคัญคือสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังทำ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และผลลัพธ์ยังพัฒนาดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ พร้อมคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 1-2 ปี จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์ในระยะยาวอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ